คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
กรอกข้อมูลรายได้ รู้ทันทีว่าต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่ พร้อมวิธีลดหย่อนที่ถูกกฎหมาย
ข้อมูลรายได้
บาท
เงินเดือน 100,000 = รายได้ 1,200,000 บาท/ปี
ภาษีที่ต้องจ่าย
-
บาท/ปี
-
อัตราภาษีสูงสุด-
อัตราภาษีที่แท้จริง-
หมายเหตุ: คำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พ.ศ. 2569 สำหรับผู้มีรายได้ประเภท 40(1) เงินเดือน/ค่าจ้าง หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ผลลัพธ์เป็นการประมาณเบื้องต้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
สมมติฐานที่ใช้ (โหมดเริ่มต้น):รวมอัตโนมัติ: ค่าใช้จ่าย 50% (สูงสุด 100,000 บาท) + ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท + ประกันสังคม 9,000 บาท — กดปุ่ม "ปรับค่าลดหย่อนละเอียด" เพื่อเพิ่มสิทธิลดหย่อนอื่นๆ เช่น ประกันชีวิต กองทุน RMF/Thai ESG
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีเงินได้
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณอย่างไร?
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณจากรายได้สุทธิ (รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) แล้วนำไปเทียบกับอัตราภาษีแบบขั้นบันได ตั้งแต่ 0% ถึง 35% โดยรายได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินจะเสียภาษีตามอัตราที่สูงขึ้นเป็นขั้นๆ
ค่าลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้างที่นิยมใช้?
ค่าลดหย่อนที่นิยม ได้แก่ ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคม สูงสุด 9,000 บาท ประกันชีวิต สูงสุด 100,000 บาท กองทุน Thai ESG/ESGX สูงสุด 300,000 บาท กองทุน RMF สูงสุด 500,000 บาท (ไม่เกิน 30% ของรายได้) ดอกเบี้ยบ้าน สูงสุด 100,000 บาท และเงินบริจาค โดยเพดานเกษียณ (RMF+กบข.+ประกันบำนาญ) รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท และ Thai ESG/ESGX แยกอีก 300,000 บาท
เงินเดือน 100,000 บาท ต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่?
เงินเดือน 100,000 บาท/เดือน = รายได้ 1,200,000 บาท/ปี หักค่าใช้จ่าย 100,000 หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 ประกันสังคม 9,000 = รายได้สุทธิ 1,031,000 บาท จ่ายภาษีประมาณ 95,350 บาท/ปี หรือเดือนละ ~7,946 บาท หากใช้สิทธิลดหย่อนเพิ่มเติม เช่น ประกันชีวิต กองทุน Thai ESG/RMF จะช่วยลดภาษีได้อีกมาก
กองทุน Thai ESG, ESGX กับ RMF ต่างกันอย่างไร?
Thai ESG ลงทุนได้สูงสุด 300,000 บาท (หรือ 30% ของรายได้) ต้องถือ 8 ปี ส่วน Thai ESGX (ใหม่ปี 2569) เพดานรวมกับ Thai ESG ไม่เกิน 300,000 บาท แต่ถือแค่ 5 ปี Thai ESG/ESGX ไม่นับรวมเพดานเกษียณ 500,000 บาท กองทุน RMF ลงทุนได้สูงสุด 500,000 บาท (หรือ 30% ของรายได้) ถือจนอายุ 55 ปี RMF+กบข.+ประกันบำนาญ รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท (SSF หมดอายุสิ้นปี 2567)
วางแผนภาษีแบบไหนประหยัดที่สุด?
การวางแผนภาษีที่ดีควรเริ่มจากค่าลดหย่อนที่ได้อยู่แล้ว (ส่วนตัว ประกันสังคม) แล้วเพิ่มเติมตามลำดับ: 1) ประกันชีวิต-ที่ได้ทั้งความคุ้มครองและลดหย่อน 2) กองทุน Thai ESG/RMF-ที่ได้ทั้งผลตอบแทนและลดหย่อน 3) ดอกเบี้ยบ้าน-ถ้ามีสินเชื่อบ้าน 4) เงินบริจาค-บริจาคให้องค์กรที่กรมสรรพากรรับรองได้ลดหย่อน 2 เท่า สำหรับผู้มีรายได้สูง ควรปรึกษานักวางแผนการเงินเพื่อจัดพอร์ตลดหย่อนให้เหมาะสม