WWealthBanks
ภาพประกอบบทความ: ประกันสังคม มาตรา 33: สิทธิ 7 กรณี 2569

ประกันสังคม มาตรา 33: สิทธิ 7 กรณี 2569

มาตรา 33 ประกันสังคมลูกจ้าง สมทบ 5% สูงสุด 875 บาท/เดือน คุ้มครอง 7 กรณี เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ ว่างงาน 2569

ประกันสังคมมาตรา 33 คือระบบประกันสังคมภาคบังคับสำหรับลูกจ้างที่มีนายจ้าง ทำงานประจำ มีเงินเดือน อายุ 15-60 ปี ถูกหักเงินสมทบจากเงินเดือนทุกเดือนอัตโนมัติ แลกกับสิทธิประโยชน์ 7 กรณี: เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ ว่างงาน

ทุกคนที่เป็นลูกจ้างเอกชน มีนายจ้าง รับค่าจ้าง = เป็นผู้ประกันตน ม.33 โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องสมัคร

(ข้อมูล สำนักงานประกันสังคม sso.go.th, อัตราเงินสมทบใหม่ตาม พ.ร.ฎ.ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 มีผล 1 ม.ค. 2569)


เงินสมทบ มาตรา 33: หักเท่าไร?

ลูกจ้างจ่าย 5% + นายจ้างจ่าย 5% + รัฐ 2.75% ของเงินเดือน

เงินเดือน ลูกจ้างถูกหัก นายจ้างจ่ายเพิ่ม รวมเข้ากองทุน
10,000 500/เดือน 500/เดือน 1,275/เดือน
15,000 750/เดือน 750/เดือน 1,912/เดือน
17,500+ 875/เดือน (เพดาน) 875/เดือน 2,231/เดือน

ฐานเงินเดือน: 1,650 - 17,500 บาท (ปี 2569-2571) ปรับขึ้นจากเดิม 15,000 บาท

เงินเดือนเกิน 17,500 บาท → สมทบสูงสุดแค่ 875 บาท/เดือน (เพดาน) เงินเดือนต่ำกว่า 1,650 บาท → คิดที่ 1,650 บาท

เพดานเงินเดือนในอนาคต

ช่วง ฐานเงินเดือนสูงสุด สมทบสูงสุด (ลูกจ้าง)
2569-2571 17,500 บาท 875 บาท/เดือน
2572-2574 20,000 บาท 1,000 บาท/เดือน
2575 เป็นต้นไป 23,000 บาท 1,150 บาท/เดือน

ลดหย่อนภาษี

เงินสมทบประกันสังคมที่ถูกหักไป ใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ทั้งจำนวน ปี 2569 สูงสุด 10,500 บาท/ปี (เดิม 9,000 บาท)


สิทธิประโยชน์ 7 กรณี: ม.33 ได้อะไรบ้าง

# กรณี สิทธิประโยชน์หลัก ส่งสมทบขั้นต่ำ
1 เจ็บป่วย ค่ารักษาพยาบาล + เงินทดแทนขาดรายได้ 50% ≥3 เดือน ใน 15 เดือน
2 คลอดบุตร ค่าคลอดเหมาจ่าย + เงินสงเคราะห์หยุดงาน ≥5 เดือน ใน 15 เดือน
3 ทุพพลภาพ ค่ารักษา + เงินทดแทน 50% ตลอดชีวิต ≥3 เดือน ใน 15 เดือน
4 เสียชีวิต ค่าทำศพ 50,000 + เงินสงเคราะห์ทายาท ≥1 เดือน ใน 6 เดือน
5 สงเคราะห์บุตร 1,000 บาท/เดือน/คน (สูงสุด 3 คน) ≥12 เดือน ใน 36 เดือน
6 ชราภาพ บำนาญ (≥180 เดือน) หรือ บำเหน็จ ≥180 เดือน สำหรับบำนาญ
7 ว่างงาน ลาออก 30%/90 วัน · เลิกจ้าง 50%/180 วัน ≥6 เดือน ใน 15 เดือน

1. กรณีเจ็บป่วย

(เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบ ≥3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนวันรับบริการ)

ค่ารักษาพยาบาล: รักษาฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิ (เลือกตอนขึ้นทะเบียน) ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ไม่ต้องจ่ายเอง

เงินทดแทนขาดรายได้: กรณีแพทย์สั่งให้หยุดงาน → รับ 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน/ครั้ง สูงสุด 180 วัน/ปี

ฐานค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท → เงินทดแทนสูงสุด 7,500 บาท/เดือน

ฐานคำนวณ เงินทดแทนขาดรายได้ คือ 1,650-15,000 บาท (sso.go.th) ไม่ใช่ 17,500 ซึ่งเป็นฐาน เงินสมทบ

กรณีที่ไม่คุ้มครอง: โรคที่เกิดจากการทำงาน (ใช้สิทธิ พ.ร.บ.เงินทดแทนแทน) ศัลยกรรมเสริมสวย ทำฟันเกินวงเงิน


2. กรณีคลอดบุตร

(เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบ ≥5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนคลอด)

สิทธิ จำนวน
ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง คลอดที่ไหนก็ได้ ไม่จำกัด รพ.
เงินสงเคราะห์หยุดงาน 50% ของค่าจ้าง × 90 วัน (สูงสุด 26,250 บาท, เดิม 22,500 บาท)
จำนวนครั้ง ค่าคลอดเบิกได้ไม่จำกัดครั้ง · เงินสงเคราะห์หยุดงานเบิกได้ 2 ครั้ง

สามีที่เป็น ม.33 เบิกค่าคลอดให้ภรรยาได้ (กรณีภรรยาไม่มีสิทธิ ม.33 ของตัวเอง)


3. กรณีทุพพลภาพ

(เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบ ≥3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนทุพพลภาพ)

สิทธิ จำนวน
เงินทดแทนขาดรายได้ 50% ของค่าจ้าง ตลอดชีวิต
ค่ารักษาพยาบาล ตามที่จ่ายจริง ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท (ผู้ป่วยนอก) · ไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท (ผู้ป่วยใน)
ค่าอวัยวะเทียม/อุปกรณ์ ตามที่ สปส. กำหนด
ค่าทำศพ (กรณีเสียชีวิต) 50,000 บาท

ทุพพลภาพ 50% ของค่าจ้างตลอดชีวิต ฐานคำนวณสูงสุด 15,000 บาท = สูงสุด 7,500 บาท/เดือน


4. กรณีเสียชีวิต

(เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบ ≥1 เดือน ภายใน 6 เดือนก่อนเสียชีวิต)

สิทธิ จำนวน
ค่าทำศพ 50,000 บาท
เงินสงเคราะห์ทายาท (ส่งสมทบ 36-119 เดือน) 50% ของค่าจ้าง × 4 เดือน, ปี 2569: สูงสุด 35,000 บาท (เดิม ~30,000)
เงินสงเคราะห์ทายาท (ส่งสมทบ ≥120 เดือน) 50% ของค่าจ้าง × 12 เดือน, ปี 2569: สูงสุด 105,000 บาท (เดิม ~90,000)

ทายาทที่มีสิทธิรับ: บุตร สามี/ภรรยา บิดามารดา (หรือผู้ที่ระบุในหนังสือ)


5. กรณีสงเคราะห์บุตร

(เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบ ≥12 เดือน ภายใน 36 เดือน)

  • 1,000 บาท/เดือน/คน สูงสุด 3 คน พร้อมกัน (ปรับจาก 800 บาท ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 ครม.อนุมัติ)
  • จ่ายจนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์
  • บุตรต้องชอบด้วยกฎหมาย (ยกเว้นบุตรบุญธรรม)
  • ทั้งพ่อและแม่เป็น ม.33 → เบิกได้ทั้งคู่ แต่ใช้สิทธิรวมกันไม่เกิน 3 คน

สงเคราะห์บุตร 3 คน = 3,000 บาท/เดือน × 72 เดือน (6 ปี) = สูงสุด 216,000 บาท


6. กรณีชราภาพ: บำนาญ vs บำเหน็จ

นี่คือสิทธิที่ลูกจ้าง ม.33 ทุกคนควรเข้าใจให้ดีที่สุด เพราะเป็นเงินก้อน/รายเดือนที่จะได้ตอนเกษียณ

บำนาญรายเดือน (ส่งสมทบ ≥180 เดือน / 15 ปี)

สูตรคำนวณ:

บำนาญ = 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

ทุก 12 เดือนที่ส่งสมทบเกิน 180 เดือน → เพิ่ม 1.5%

ส่งสมทบ อัตราบำนาญ ตัวอย่าง: ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือน = 15,000
15 ปี (180 เดือน) 20% 3,000 บาท/เดือน
20 ปี (240 เดือน) 27.5% 4,125 บาท/เดือน
25 ปี (300 เดือน) 35% 5,250 บาท/เดือน
30 ปี (360 เดือน) 42.5% 6,375 บาท/เดือน
35 ปี (420 เดือน) 50% 7,500 บาท/เดือน

อ่านตารางนี้ให้ถูก: ตัวเลขคอลัมน์ขวาเป็น ตัวอย่าง ที่คิดจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือน = 15,000 บาท ตามตัวอย่างของสำนักงานประกันสังคม ไม่ใช่เพดานตายตัว บำนาญของคุณคำนวณจาก ค่าจ้างเฉลี่ยจริง 60 เดือนสุดท้ายของคุณเอง ถ้าค่าจ้างเฉลี่ยต่ำกว่านี้ เงินบำนาญก็ลดลงตามสัดส่วน (ที่มา: sso.go.th)

เงื่อนไข: อายุครบ 55 ปี + ลาออก/สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง → เริ่มรับบำนาญ

บำเหน็จก้อนเดียว (ส่งสมทบ <180 เดือน / น้อยกว่า 15 ปี)

ถ้าส่งสมทบไม่ครบ 180 เดือน → ได้รับเงินบำเหน็จก้อนเดียว = เงินสมทบส่วนของลูกจ้าง + ส่วนของนายจ้าง + ผลตอบแทนจากการลงทุน

ส่งสมทบ ≥12 เดือน → ได้ทั้งส่วนลูกจ้างและนายจ้างคืน

ส่งสมทบ <12 เดือน → ได้คืนเฉพาะส่วนลูกจ้าง

สำคัญ: เงินสะสมชราภาพไม่หายไปไหนแม้ลาออก ถ้ากลับมาทำงานและส่งสมทบต่อ เดือนจะนับต่อเนื่อง ไม่ต้องเริ่มนับใหม่


7. กรณีว่างงาน

(เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบ ≥6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน)

สถานการณ์ อัตรา ระยะเวลาสูงสุด เงินสูงสุด (ฐาน 15,000)
ลาออก 30% ของค่าจ้าง 90 วัน 13,500 บาท
เลิกจ้าง 50% ของค่าจ้าง 180 วัน 45,000 บาท

ฐานคำนวณ เงินทดแทนกรณีว่างงาน สูงสุด 15,000 บาท (sso.go.th) ไม่ใช่ 17,500 ซึ่งเป็นฐาน เงินสมทบ คนละตัวกัน

ต้องทำ: ลงทะเบียนหางานที่ e-service.doe.go.th ภายใน 30 วันหลังออกจากงาน

รายละเอียดเต็ม: ว่างงาน ประกันสังคม ได้กี่บาท: ลาออก vs เลิกจ้าง


เช็คสิทธิ + ยื่นเรื่องที่ไหน

ช่องทาง ทำอะไรได้
แอป SSO Connect / เว็บ sso.go.th เช็คสิทธิ ดูประวัติสมทบ เปลี่ยน รพ. ยื่นเบิกบางกรณี
สำนักงานประกันสังคมทุกสาขา ยื่นเรื่องเบิกทุกกรณี เปลี่ยน รพ. แก้ไขข้อมูล
สายด่วน 1506 สอบถามสิทธิ นัดหมาย ร้องเรียน
โรงพยาบาลตามสิทธิ รักษาพยาบาลโดยตรงที่ รพ. ตามสิทธิ (ลดความเสี่ยงต้องสำรองจ่าย แล้วแต่เคส)

ออกจากงานแล้ว สิทธิ ม.33 เป็นยังไง?

ออกจากงาน = สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ม.33 → เข้าสู่สถานะ มาตรา 38 ทันที

หลังออกจากงาน สิ่งที่เกิดขึ้น
วันที่ 1 - เดือนที่ 6 คุ้มครองต่อ 4 กรณี (เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต) โดยไม่ต้องจ่ายสมทบ
ภายใน 6 เดือน ตัดสินใจสมัคร มาตรา 39 (432 บาท/เดือน) รักษาสิทธิ 6 กรณี → อ่านเดดไลน์ ม.38
เลย 6 เดือน ไม่ได้สมัคร ม.39 สิทธิรักษาพยาบาลหมด → สมัคร มาตรา 40 ได้ (ถ้าทำอาชีพอิสระ)

เงินสะสมชราภาพไม่หาย กลับมาทำงานเป็นลูกจ้างเมื่อไหร่ก็นับสมทบต่อจากเดิม


คำถามที่พบบ่อย

Q: ประกันสังคม ม.33 บังคับจ่ายไหม?

A: บังคับตามกฎหมาย นายจ้างหักจากเงินเดือนอัตโนมัติ 5% (สูงสุด 875 บาท/เดือน) ลูกจ้างทุกคนที่มีนายจ้างต้องจ่าย ไม่สามารถเลือกไม่จ่ายได้

Q: เงินเดือน 30,000 ถูกหักเท่าไร?

A: 875 บาท/เดือน เท่ากับคนเงินเดือน 17,500 เพราะเพดานฐานเงินเดือน 2569 อยู่ที่ 17,500 บาท จะเงินเดือนเท่าไรก็หักสูงสุดแค่นี้

Q: เปลี่ยนโรงพยาบาลได้ไหม?

A: ได้ ปีละ 1 ครั้ง (ม.ค.-มี.ค.) ผ่านแอป SSO Connect หรือสำนักงานประกันสังคม

Q: ทำงาน 2 ที่ ต้องจ่ายประกันสังคม 2 เท่าไหม?

A: ไม่ นายจ้างหลัก (ที่ 1) หักตามปกติ นายจ้างที่ 2 หักเฉพาะส่วนที่เหลือจนถึงเพดาน 875 บาท

Q: ต้องส่งสมทบกี่ปีถึงได้บำนาญ?

A: 15 ปี (180 เดือน) ขึ้นไป → ได้บำนาญรายเดือนตลอดชีวิตเมื่ออายุ 55+ ไม่ถึง 15 ปี → ได้บำเหน็จก้อนเดียว (เงินสะสม+ผลตอบแทน)

Q: ส่งสมทบ ม.33 ลดหย่อนภาษีได้ไหม?

A: ได้ ใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งจำนวนที่ถูกหัก สูงสุด 10,500 บาท/ปี (ปี 2569)


สรุป 3 ข้อ:

  1. ม.33 ลูกจ้างจ่าย 5% สูงสุด 875 บาท/เดือน (ฐาน 17,500 ปี 2569) แลกกับสิทธิครบ 7 กรณี
  2. บำนาญชราภาพ: ส่งสมทบ ≥15 ปี → รับรายเดือนตลอดชีวิต (20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย + 1.5% ต่อปีที่เกิน 15)
  3. ออกจากงาน ≠ เสียสิทธิทันที ม.38 คุ้มครองต่อ 6 เดือน + ตัดสินใจ ม.39/40 ก่อนหมดเวลา

ประกันสังคมไม่ได้ทำให้ร่ำรวย แต่วันที่ป่วยหนัก ตกงาน หรือเกษียณ มันคือเส้นแบ่งระหว่างมีอะไรรองรับกับเริ่มจากศูนย์

ภาพรวมทุกมาตราอ่านที่ ประกันสังคมคืออะไร สรุปครบทุกมาตรา

อ่านต่อ

/* cache-rotate */